การปลูกผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีนเป็นผักที่อยู่ในวงพีชที่ชื่อว่า วงศ์ผักบุ้ง เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนแน่นอนว่าผักบุ้งจีนก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนูด้วยกัน  ผักบุ้งจีนนั้นมีใบสีเขียว ก้านใบสีเหลืองหรือขาว โดยทั่วไปแล้วนิยมมากกว่าเลยจริงๆมีปลูกที่มีทั่วทุกทีในเมืองไทย การขยายพันธุ์นิยมใช้เมล็ดพันธุ์มากกว่าวิธีการอื่น ผักบุ้งจีนเต็มไปด้วยสารอาหารที่มากมายไม่ว่าจะเป็นแหล่งเส้นใยอาหาร คลอโรฟิลล์ วิตามินซี และบีตา-แคโรทีน  การปลูกบอกเลยว่ามี2 วิธีด้วยกัน การปลูกผักบุ้งจีนแบบหว่าน โดยจะเป็นการหว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงปลูกที่เตรียมไว้ กลบดินได้เลย ทำการรดน้ำได้ทันที แต่วิธีนี้มีข้อเสีย คือผักบุ้งจีนเป็นผักที่ต้องการน้ำเป็นอย่างมาก เวลาเรารดน้ำต้องรดให้ในปริมาณที่ทำให้ผักบุ้งไม่แย่งน้ำกัน ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตที่ไม่เท่ากัน การปลูกแบบวิธีที่สอง แบบหยอด การปลูกแบบนี้ เป็นการปลูกในแนวเส้นตรง แล้วจึงนำเมล็ดลงไปหยอดตามเส้นแนวตรง เพื่อไม่ให้เมล็ดชิดติดกัน หยอดเสร็จกลบดินแล้วทำการรดน้ำได้เลย ก็จะเรียงได้อย่างสวยงามอย่างเป็นระเบียบ ประโยชน์ของผักบุ้งชนิดนี้บอกเลยว่าเยอะจริงๆ คนไทยนิยมนำมาประทานกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีผิวพรรณเปล่งปลั้งให้สดใส ชะลอความแก่ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย โลหิตก็ช่วยบำรุงได้ เพิ่มความจำได้อีก ป้องกันเบาหวาน แก้โรคประสาท  แก้ไอเรื้อรัง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บอกได้เลยว่า ผักบุ้งจีน เป็นราชายอดผักอย่างแท้จริงนะครับ สุดยอดจริงๆกับผักบุ้งจีน

การปลูกมะเขือพวง

มะเขือพวงเป็นพืชในตระกูลลมะเขืออย่างแท้จริง เป็นไม้ข้ามปี มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงทวีปอเมริกาใต้อย่างประเทศบราซิล เป็นพืชที่กระจัดกระจายเกือบทั่วเขตร้อน แน่นอนว่าเรื่องของอาหารใช้ตำผสมลงในน้ำพริกหลายชนิดเช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา ใช่ใส่ในแกงอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น แกงเผ็ดที่หลายคนต้องเคยสัมผัสมาแล้ว และแกงยอดนิยมที่คนไทยชอบกินใส่กับขนมจีน อย่างแกงเขียวหวานอีกด้วย  แกงป่า และอื่นอีกมากมาย ภาษาใต้มักจะเรียกว่า เขือเทศ การปลูกพูดได้เลยว่า สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกันเช่น การเพาะเมล็ด การปักขำหรือการเพาะเลี้ยงเป็นเนื้อเยื่อ แต่ที่เราพบเห็นกันบ่อยเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การเพาะเมล็ดในกะบะในกระถางหรือในถุง เมื่ออายุได้ 1 เดือน จึงย้ายไปปลูก ระยะปลูกก็ต้องห่างกันด้วย 2-3 เมตร ระยะในแถว 3-4 เมตร การดูแลรักษา หลังปลูกได้ 15 วันก็ต้องดูแลเอาใจใส่ใส่ปุ๋ยลงไปโดยใช้สูตร 15-15-15 ในปริมาณที่น้อยๆก่อนหลังจากนั้นค่อยเพิ่มปริมาณในทุกๆ 15 วัน เสริมด้วยฮอร์โทนด้วยฉีดพ่นอีกทุกๆ 15 วัน ถ้าเป็นช่วงบำรุงก็ต้องเพิ่มผลผลิตออกมา เพราะมะเขือพวงสามารถทำให้เราได้เก็บเกี่ยวให้ผลผลิตนานถึง 3 ปีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของการเก็บเกี่ยวนั้น อายุที่สามารถเก็บได้ ก็ประมาณ 120 วัน เก็บเกี่ยวได้นานถึง 1 ปี […]

การปลูกมะเขือเทศ

เป็นพืชผักที่มีสีสันสวยสดงดงามที่ทำให้เราหลงใหลพร้อมด้วยรสชาติที่อร่อยหวานเป็นผักที่เต็มไปด้วยคุณภาพทางด้านโภชนาการที่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารไลโคปีน ช่วยในเรื่องของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังทำให้ผิวสวยอีก บอกเลยว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารอย่างแท้จริงเลยทีเดียว การปลูกนั้นสามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน การปลูกแบบเพาะกล้าแล้วย้ายปลูก โดยการเตรียมแปลงกล้าอย่างประณีต นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักมาคลุกเคล้ากันประมาณ 1-2 บุ้งกี้ ต่อ 1 ตารางเมตร  ใช้เมล็ด 30-40 กรัม หยอดลงบนแปลงยาว จะต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอรดน้ำ แน่นอนว่าต้องระวังเรื่องของโรคโคนเน่า ที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝน หรืออีก1 วิธีให้หยอดเมล็ดลงไปโดยตรง ใช้ในกรณ๊ที่สามารถให้น้ำได้ง่าย แต่ก็มีข้อเสียคือ เสียเวลาและแรงงาน ในการดูแลรักษา อีกทั้งยังใช้เมล็ดพันธ์ที่มากขึ้นอีกด้วย สำหรับการปลูกถ้าใช้ในระยะปลูกที่คับแคบจะได้ผลผลิตต่อพื้นที่มากขึ้น แต่การควบคุมโรคและการปฎิบัติงานอื่นก็จะยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก ควรแนะนำในการปลูกควรปลูกถี่ๆ ส่วนในฤดุฝนก็ควรใช้ระยะการปลูกที่ห่างๆไว้ เนื่องจากมะเขือเทศนั้นเจริญเติบโตได้ดี และมีทรงพุ่มที่สูงใหญ่กว่าฤดูอื่นๆ การเก็บเกี่ยวผสสดของมะเขือเทศนั้น เขาจะเริ่มเก็บเกี่ยวกันได้เมื่ออายุประมาณ 55 วัน หลังจากที่ย้ายต้นกล้า โดยเก็บผลที่เริ่มเปลี่ยนสี เพื่อหลีกเลี่ยงผลแตกและผลที่มีความสุกมากเกินไป

การปลูกแตงกวา

แตงกวา หรือ แตงร้าน ที่เป็นไม้เลื้อยที่มีถิ่นฐานเกิดอยู่ในประเทศอินเดีย แน่นอนว่านิยมปลูกกันอย่างมากมายใช้ตัวของผลนำมาทำเป็นอาหาร ปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ประเภท ต้ม ผัด โดยเฉพาะใส่ลงในแกงจืด หรือกินกับน้ำพริก  หรือ อาจจะแปรรูปต่างได้อย่างมากมาย การปลูกแตงกวานั้นมีวิธีที่หลากหลายขั้นตอนเป็นอย่างมาก ควรเตรียมดินในการปลูกนั้นควรขุดไถหน้าดินให้ลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร เนื่องจากผักชนิดนี้เป็นผักที่มีรากที่ลึกแบบปานกลางและควรใส่ปุ๋ยคอกลงไปหรือปุ๋ยหมักก็ได้ลงไปในการเตรียมดินด้วย นิยมปลูกหยอดเมล็ดลงไปโดยตรงในแปลง ปลูกเป็นหลุมจะดีกว่า ประมาณ 1.5 เมตร ใช้ในการระยะห่างของแถว ส่วนระยะระหว่างต้นโดยประมาณ 1 เมตร หยิบเมล็ดหยอดหลุมลงไปประมาณ 3-5 เมล็ด ดินจะต้องลึกไป 2.5 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอก ส่วนการยกร่องปลูก หากปลูกเป็นแปลงใหญ่มักนิยมปลูกแถวเดี่ยว และเว้นระยะระหว่างแถว 1.5 เมตร และระหว่างต้น 50 เซนติเมตร การให้น้ำของแตงกวานั้นจะต้องใช้ระบบการให้น้ำแบบ furrow system  เนื่องจากจะได้ผลที่ดี เพราะผิวดินชุ่มชื่นแน่นอนและเถาแดงไม่เปียกน้ำส่วนเรื่องของการพรวนดินควรทำในระยะแรกๆเลย โดยเริ่มจากกำจัดวัชพืช  เพราะในระยะต่อมาอาจทำได้ลำบาก เนื่องจากรากแดงจะอยู่ที่ผิวดินมาก ส่วนเรื่องการเก็บเกี่ยวแตงกวานั้นมักจะเริ่มเก็บเกี่ยวหลังจากหยอดเมล็ดได้ประมาณ 40 วันแล้วและจะเก็บไปอย่างเรื่อยๆได้อีก1 เดือน การเก็บต้องคำนึงถึงขนาดของผลและจุดประสงค์ของการใช้ด้วย

การปลูกมะละกอ

มะละกอเป็นผลไม้ยืนต้น ที่คนไทยนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีรสอร่อย หวาน ทั้งมะละกอดิบเมนูที่นิยมกันมากก็คือ ส้มตำ ส่วนมะละกอสุก ก็สามารถนำไปรับประทานสดเพื่อสุขภาพ หรือแปรรูปในลักษณะต่างๆ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในส่วนของการปลูกมะละกอนั้นสามารถทำได้แต่ต้องใช้ความอดทนและการเรียนรู้ตลอด มีเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์และพันธุ์แขกดำ ในประเทศไทยได้ผลเป็นที่น่าพอใจหลายท่าน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างดี วิธีการปลูกมะละกอ การเตรียมดินสำหรับเพาะกล้า โดยทั่วไป การใช้ดินสำหรับเพาะกล้านั้น มีส่วนผสม คือ ดินร่วน 3 บุ้งกี๋ ผสมกับ ปุ๋ยคอก, ขี้เถ้าแกลบ, ทรายหยาบ อัตราส่วน 1:1:1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำมาใส่ลงในถุงพลาสติกขนาด 4×6 หรือ 4×4 นิ้ว ให้เต็ม รดน้ำดินในถุงให้ชุ่ม นำเมล็ดพันธุ์มาหยอดลงในถุง ถุงละ 1-2 เมล็ด คอยหมั่นรดน้ำให้ชุ่ม แต่อย่าให้เปียกจนเกินไป คอยดูแลรักษารดน้ำทุกวัน หลังจากเมล็ดเริ่มงอกแล้ว ดูแลรักษาต้นกล้าประมาณ 30 วัน ก็สามารถย้ายต้นกล้าลงปลูกในหลุม การเตรียมแปลงปลูกมะละกอ มะละกอนั้น จัดได้ว่าเป็นพืชที่มีระบบรากลึกและกว้าง ควรทำหลุมปลูกระยะห่างระหว่างแถว 2-2.5 เมตร […]

การปลูกหัวไชเท้า

หัวไชเท้าปลูกเป็นพืชฤดูเดียว มีระบบรากเป็นรากแก้วพองโต ด้านข้างมีรากฝอยบ้าง ลำต้นสั้นเชื่อมอยู่ระหว่างรากกับใบ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียวยาว เว้าเข้าหลายหยัก เป็นผักที่ปลูกได้ทั้งปี มีอยู่หลายพันธุ์อายุเก็บเกี่ยว 45-50 วัน ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ถ้าปลูกในดินเหนียวจะลงหัวลำบาก เป็นผักที่ต้องการน้ำและแสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งวันขุดดินให้ลึก 2 หน้าจอบหรือ 40-50 ซม. ตากดินไว้ 7-10 วัน ทำแปลงกว้าง 1×4 เมตร ย่อยดินให้ละเอียดผสมแกลบเผาและเปลือกถั่ว 12 กก. ใส่ปุ๋ยหมัก 4 กก. ใส่ขี้นกกระทา 4 กก.และเมล็ดสะเดาบด 1 กก. เพื่อป้องกันไส้เดือนฝอยและด้วงหมัดกระโดด คลุกเคล้าดินให้เข้ากัน คลุมดินด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่มทิ้งไว้ 3-5 วัน ขั้นตอนการปลูกและดูแล การปลูกหัวไชเท้าใช้วิธีหยอดเมล็ด โดยแหวกฟางออกเฉพาะบริเวณที่จะหยอด แล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ 4-6 เมล็ด ลึก 0.5-1 ซม. ให้มีระยะห่าง 15×15 ซม. แล้วกลบหลุมหยอด รดน้ำให้ชุ่ม รดน้ำเช้าเย็น […]

การตอนมะนาวเลมอน

ด้วยสมัยนี้ทุกอย่างคือการแข่งขันการทำเกษตรหรือแม้แต่ธุรกิจเราจะต้องศึกษาวันนี้ผมมีวิธีการตอน มะนาวเลมอนไม่มีเม็ด ทำให้เวลาขยายพันธุ์จึงต้องใช้วิธีการปักชำ การตอนกิ่ง และการเสียบยอด ซึ่งหากเป็นวิธีการเสียบยอดก็จะเลือกต้นตอที่มีพันธุ์ดีหน่อย เช่น ตอมะขวิด ตอมะนาว ตอส้มโอ หรือตออะไรก็ได้ที่รากหากินได้เก่งๆ ซึ่งวิธีการทำของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน สำหรับสวนของเราส่วนใหญ่จะใช้วิธีการตอนกิ่ง เพราะวิธีนี้ทำให้มะนาวมีรากฝอยเยอะ ส่งผลให้เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งการตอนก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ มีด หรือกรรไกรตัดกิ่ง, ขุยมะพร้าว, ถุงพลาสติกร้อน, ยางรัด เชือกฟางและกระดาษหนังสือพิมพ์ วิธีการตอน นำขุยมะพร้าวป่นไปแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน จากนั้นนำใส่ถุงพลาสติกรัดด้วยยางซึ่งเรียกว่า ตุ้มหุ้มเลือกกิ่งตอนที่สมบูรณ์ ลักษณะกิ่งอ่อน กิ่งแก่ กิ่งอวบ ใบมีสีเขียว ไม่แคระแกร็น นำมาควั่นกิ่ง ลอกเปลือกออก แล้วใช้มีดขูดเยื่อเจริญซึ่งเป็นเมือกลื่นๆ ออกเบาๆนำตุ้มหุ้มมาผ่าตามความยาว แล้วนำไปหุ้มตรงบริเวณรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วยเชือกฟางทั้งบนและล่างของรอยแผล นำกระดาษหุ้มอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งตอนได้รับแสงมากเกินไป เพราะหากได้รับแสงมากจะทำให้รากงอกน้อยลงทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนกับอีก 1 สัปดาห์ หรือประมาณ 37 วัน จึงสามารถตัดออกจากต้นและนำไปปักชำลงดินได้ หากเราตัดกิ่งตอนมาปักชำก่อนระยะเวลาที่กำหนด จะทำให้ต้นมะนาวมีโอกาสตายสูง เพราะรากไม่แข็งแรง

เคล็ดลับการปลูกพริกเป็นอาชีพเสริม

การรองพื้นโดยปุ๋ยเคมี หลังจากตากดิน 5-7 วันแล้ว ให้ใช้ สารที-เอส-3000 ผสมปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา สารที-เอส-3000 15 กิโลกรัม ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 50กิโลกรัม หว่านอัตรา 25 กิโลกรัม ต่อไร่ สาร ที-เอส-3000 จะช่วยกระตุ้นระบบรากให้มีมากขึ้นและช่วยให้ต้านทานโรคและแมลงได้ดีเนื่อง จากสาร ที-เอส-3000จะมี ซิลิก้าซึ่งจะทำให้ลดต้นของพืชแข็งแรงพร้อมด้วยธาตุอาหารอื่นๆซึ่งจะทำให้ แข็งแรงต้านทานโรคและได้รับธาตุอาหารที่ครบถ้วนหลังจากนั้นให้ทำการคราดกลบ และรดน้ำเพื่อเตรียมการปลูกต่อไป ขั้นตอนการปลูก หลังจากเพาะเลี้ยงต้นกล้าให้ได้อายุ 2-3 สัปดาห์ ก่อนย้ายลงแปลงจริงให้ตัดยอดจนเหลื่อแต่ใบแก่ พร้อมกับรากแก้วให้เหลือเพียง 1-1 นิ้วครึ่ง เมื่อพริกโตขึ้นจะไม่สูงชะลูด แต่จะแตกพุ่มกลมมีกิ่งแขนงมากส่งผลให้มีดอกและผลมากด้วยส่วนรากจะเกิดรากฝอย ใหม่จำนวนมากแผ่กระจายรอบทรงพุ่มสามารถหาอาหารไปเลี้ยงลำต้นได้ง่าย การเตรียมต้นกล้าก่อนปลูก หลังจากนำต้นกล้าขึ้นมาจากแปลงเพาะเตรียมที่จะลงแปลงปลูก ให้นำต้นกล้าที่เตรียมไว้ลงแช่น้ำที่ผสมที-เอส-3000หรือไฮแม็ก อย่างไดอย่างหนึ่งที-เอส-3000 ประมาณ 3 ขีด ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อให้ต้นกล้าได้รับ ซิลิก้า ซึ่งจะทำให้ลำต้นแข็งแรง กระตุ้นการแตกรากดี ทำให้ต้นพริกฟื้นตัวได้เร็วไฮ-แม็ก ประมาณ […]

การปลูกและการดูแลกล้วย

กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ซึ่งเหมาะกับการปลูกในประเทศไทย ถ้าหากอุณหภูมิต่ำกว่า 14 องศาเซลเซียส กล้วยจะชะงักการเจริญเติบโต หรือมีการเติบโตช้าลง รวมทั้งการออกดอกและติดผลจะช้าด้วย อนึ่ง กล้วยเป็นพืชที่มีแผ่นใบใหญ่ ดังนั้นจึงไม่ค่อยทนต่อแรงลม เพราะใบจะต้านลม ทำให้ใบแตกได้ ถ้าหากใบแตกมากจนเป็น ฝอย จะทำให้มีการสังเคราะห์อาหารได้น้อย ต้นไม่เจริญเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าพื้นที่ที่มีลมแรงมาก ควรปลูกต้นไม้อื่นทำเป็นแนวกันลมให้ต้นกล้วยดินที่เหมาะสำหรับการปลูกกล้วยคือ ดินตะกอนธารน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่าดินน้ำไหลทรายมูล เคล็ดลับการปลูก กล้วยเป็นพืชที่มีใบยาว หากปลูกในระยะใกล้กันมาก อาจทำให้ใบเกยกัน หรือซ้อนกัน ทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ และดูแลลำบาก การกำหนดระยะปลูกจึงควรคำนึงถึงเรื่องแสงแดด ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของผู้ปลูกว่าต้องการปลูกกล้วยเพื่อเก็บเกี่ยวกี่ครั้ง หากต้องการเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียวก็อาจปลูกถี่ได้ แต่ถ้าต้องการเก็บเกี่ยวหลายๆ ครั้ง ต้องปลูกให้ห่างกัน เพื่อมีพื้นที่สำหรับการแตกหน่อเมื่อต้นกล้วยมีอายุได้ 4 – 6 เดือน จะเริ่มมีการแตกหน่อ หน่อที่เกิดมาเรียกว่า หน่อตาม กล้วยบางพันธุ์ที่มีหน่อมาก ควรเอาหน่อออกบ้าง เพื่อมิให้หน่อแย่งอาหารจากต้นแม่ ควร เก็บหน่อไว้ 1 – 2หน่อ เพื่อให้เป็นตัวพยุงต้นแม่เมื่อมีลมแรง และเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีต่อไป วิธีการกำจัดหน่ออาจใช้เสียมที่คมหรือมีดแซะลงไป หรือใช้มีดตัดหรือคว้านหน่อที่อยู่เหนือดิน แล้วใช้น้ำมันก๊าด […]

ข่าเหลือง

ข่าเหลือง จัดเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับเสมหะ ที่มีการปลูกกันมาในภาคอีสานและภาคใต้ เนื่องจากความนิยมในการนำไปประกอบเป็นเครื่องแกง จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีเกษตรกรปลูกข่าเหลืองเลี้ยงชีพกันอย่างแพร่หลาย ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ข่าเหลืองมีราคาค่อนข้างสูงมาโดยตลอด ทำให้เกษตรหันมาปลูกกันจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ลักษณะของข่าเหลืองจะมีกลิ่นและรสชาติแรงและหอมมากกว่าข่าชนิดอื่นสังเกตที่เนื้อจะเป็นสีเหลือง วิธีการปลูก ใช้หัวหรือแง่งแก่จัดทีซื้อมาจากตลาดใน สภาพที่ยังสด มีตาตามข้อเห็นได้ชัด ไม่จำเป็นต้องมีราก ตัดแต่งรอยช้ำ หรือเน่าที่หัวออกให้หมด แล้วนำไปแช่น้ำยากันรา จากนั้นนำขึ้นมาผึงลมในร่มให้แห้งแล้วทาแผลด้วยปูนแดงกินกับหมาก นำหัวพันธุ์ที่ได้มาห่มความชื้น โดยการห่อด้วยผ้าชื้นน้ำหนาๆ นำไปเก็บไว้ในร่ม…หรือ ห่มกระบะโดยมีฟางรองพื้นหนาๆ วางท่อนพันธุ์แล้วกลบด้วยฟางหนาๆอีกชั้น รดน้ำให้ชุ่มเก็บในที่ร่ม…หรือ จะนำลงเพาะชำในขี้เถ้าแกลบก็ได้ โดยใช้เวลาการห่มความชื้น 10-20 วัน รอให้รากงอกและแทงยอดใหม่ออกมา จึงนำไปปลูกต่อไป ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกข่าเหลืองได้ 4,500-5,000 กอ โดยปลูกเป็นแถวระยะ 80×80 เซนติเมตร ก่อนลงหลุมปลูก ควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 พร้อมด้วยปูนขาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หลังจากปลูกแล้วเกษตรกรต้องกำจัดวัชพืชที่ขึ้นรอบหลุมปลูกเป็นประจำและให้ปุ๋ยสูตรเดิม หรือ 46-0-0 […]