การปลูกผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีนเป็นผักที่อยู่ในวงพีชที่ชื่อว่า วงศ์ผักบุ้ง เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนแน่นอนว่าผักบุ้งจีนก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนูด้วยกัน  ผักบุ้งจีนนั้นมีใบสีเขียว ก้านใบสีเหลืองหรือขาว โดยทั่วไปแล้วนิยมมากกว่าเลยจริงๆมีปลูกที่มีทั่วทุกทีในเมืองไทย การขยายพันธุ์นิยมใช้เมล็ดพันธุ์มากกว่าวิธีการอื่น ผักบุ้งจีนเต็มไปด้วยสารอาหารที่มากมายไม่ว่าจะเป็นแหล่งเส้นใยอาหาร คลอโรฟิลล์ วิตามินซี และบีตา-แคโรทีน  การปลูกบอกเลยว่ามี2 วิธีด้วยกัน การปลูกผักบุ้งจีนแบบหว่าน โดยจะเป็นการหว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงปลูกที่เตรียมไว้ กลบดินได้เลย ทำการรดน้ำได้ทันที แต่วิธีนี้มีข้อเสีย คือผักบุ้งจีนเป็นผักที่ต้องการน้ำเป็นอย่างมาก เวลาเรารดน้ำต้องรดให้ในปริมาณที่ทำให้ผักบุ้งไม่แย่งน้ำกัน ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตที่ไม่เท่ากัน การปลูกแบบวิธีที่สอง แบบหยอด การปลูกแบบนี้ เป็นการปลูกในแนวเส้นตรง แล้วจึงนำเมล็ดลงไปหยอดตามเส้นแนวตรง เพื่อไม่ให้เมล็ดชิดติดกัน หยอดเสร็จกลบดินแล้วทำการรดน้ำได้เลย ก็จะเรียงได้อย่างสวยงามอย่างเป็นระเบียบ ประโยชน์ของผักบุ้งชนิดนี้บอกเลยว่าเยอะจริงๆ คนไทยนิยมนำมาประทานกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีผิวพรรณเปล่งปลั้งให้สดใส ชะลอความแก่ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย โลหิตก็ช่วยบำรุงได้ เพิ่มความจำได้อีก ป้องกันเบาหวาน แก้โรคประสาท  แก้ไอเรื้อรัง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บอกได้เลยว่า ผักบุ้งจีน เป็นราชายอดผักอย่างแท้จริงนะครับ สุดยอดจริงๆกับผักบุ้งจีน

การปลูกมะเขือพวง

มะเขือพวงเป็นพืชในตระกูลลมะเขืออย่างแท้จริง เป็นไม้ข้ามปี มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงทวีปอเมริกาใต้อย่างประเทศบราซิล เป็นพืชที่กระจัดกระจายเกือบทั่วเขตร้อน แน่นอนว่าเรื่องของอาหารใช้ตำผสมลงในน้ำพริกหลายชนิดเช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา ใช่ใส่ในแกงอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น แกงเผ็ดที่หลายคนต้องเคยสัมผัสมาแล้ว และแกงยอดนิยมที่คนไทยชอบกินใส่กับขนมจีน อย่างแกงเขียวหวานอีกด้วย  แกงป่า และอื่นอีกมากมาย ภาษาใต้มักจะเรียกว่า เขือเทศ การปลูกพูดได้เลยว่า สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกันเช่น การเพาะเมล็ด การปักขำหรือการเพาะเลี้ยงเป็นเนื้อเยื่อ แต่ที่เราพบเห็นกันบ่อยเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การเพาะเมล็ดในกะบะในกระถางหรือในถุง เมื่ออายุได้ 1 เดือน จึงย้ายไปปลูก ระยะปลูกก็ต้องห่างกันด้วย 2-3 เมตร ระยะในแถว 3-4 เมตร การดูแลรักษา หลังปลูกได้ 15 วันก็ต้องดูแลเอาใจใส่ใส่ปุ๋ยลงไปโดยใช้สูตร 15-15-15 ในปริมาณที่น้อยๆก่อนหลังจากนั้นค่อยเพิ่มปริมาณในทุกๆ 15 วัน เสริมด้วยฮอร์โทนด้วยฉีดพ่นอีกทุกๆ 15 วัน ถ้าเป็นช่วงบำรุงก็ต้องเพิ่มผลผลิตออกมา เพราะมะเขือพวงสามารถทำให้เราได้เก็บเกี่ยวให้ผลผลิตนานถึง 3 ปีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของการเก็บเกี่ยวนั้น อายุที่สามารถเก็บได้ ก็ประมาณ 120 วัน เก็บเกี่ยวได้นานถึง 1 ปี […]

การปลูกมะเขือเทศ

เป็นพืชผักที่มีสีสันสวยสดงดงามที่ทำให้เราหลงใหลพร้อมด้วยรสชาติที่อร่อยหวานเป็นผักที่เต็มไปด้วยคุณภาพทางด้านโภชนาการที่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารไลโคปีน ช่วยในเรื่องของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังทำให้ผิวสวยอีก บอกเลยว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารอย่างแท้จริงเลยทีเดียว การปลูกนั้นสามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน การปลูกแบบเพาะกล้าแล้วย้ายปลูก โดยการเตรียมแปลงกล้าอย่างประณีต นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักมาคลุกเคล้ากันประมาณ 1-2 บุ้งกี้ ต่อ 1 ตารางเมตร  ใช้เมล็ด 30-40 กรัม หยอดลงบนแปลงยาว จะต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอรดน้ำ แน่นอนว่าต้องระวังเรื่องของโรคโคนเน่า ที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝน หรืออีก1 วิธีให้หยอดเมล็ดลงไปโดยตรง ใช้ในกรณ๊ที่สามารถให้น้ำได้ง่าย แต่ก็มีข้อเสียคือ เสียเวลาและแรงงาน ในการดูแลรักษา อีกทั้งยังใช้เมล็ดพันธ์ที่มากขึ้นอีกด้วย สำหรับการปลูกถ้าใช้ในระยะปลูกที่คับแคบจะได้ผลผลิตต่อพื้นที่มากขึ้น แต่การควบคุมโรคและการปฎิบัติงานอื่นก็จะยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก ควรแนะนำในการปลูกควรปลูกถี่ๆ ส่วนในฤดุฝนก็ควรใช้ระยะการปลูกที่ห่างๆไว้ เนื่องจากมะเขือเทศนั้นเจริญเติบโตได้ดี และมีทรงพุ่มที่สูงใหญ่กว่าฤดูอื่นๆ การเก็บเกี่ยวผสสดของมะเขือเทศนั้น เขาจะเริ่มเก็บเกี่ยวกันได้เมื่ออายุประมาณ 55 วัน หลังจากที่ย้ายต้นกล้า โดยเก็บผลที่เริ่มเปลี่ยนสี เพื่อหลีกเลี่ยงผลแตกและผลที่มีความสุกมากเกินไป

การปลูกแตงกวา

แตงกวา หรือ แตงร้าน ที่เป็นไม้เลื้อยที่มีถิ่นฐานเกิดอยู่ในประเทศอินเดีย แน่นอนว่านิยมปลูกกันอย่างมากมายใช้ตัวของผลนำมาทำเป็นอาหาร ปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ประเภท ต้ม ผัด โดยเฉพาะใส่ลงในแกงจืด หรือกินกับน้ำพริก  หรือ อาจจะแปรรูปต่างได้อย่างมากมาย การปลูกแตงกวานั้นมีวิธีที่หลากหลายขั้นตอนเป็นอย่างมาก ควรเตรียมดินในการปลูกนั้นควรขุดไถหน้าดินให้ลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร เนื่องจากผักชนิดนี้เป็นผักที่มีรากที่ลึกแบบปานกลางและควรใส่ปุ๋ยคอกลงไปหรือปุ๋ยหมักก็ได้ลงไปในการเตรียมดินด้วย นิยมปลูกหยอดเมล็ดลงไปโดยตรงในแปลง ปลูกเป็นหลุมจะดีกว่า ประมาณ 1.5 เมตร ใช้ในการระยะห่างของแถว ส่วนระยะระหว่างต้นโดยประมาณ 1 เมตร หยิบเมล็ดหยอดหลุมลงไปประมาณ 3-5 เมล็ด ดินจะต้องลึกไป 2.5 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอก ส่วนการยกร่องปลูก หากปลูกเป็นแปลงใหญ่มักนิยมปลูกแถวเดี่ยว และเว้นระยะระหว่างแถว 1.5 เมตร และระหว่างต้น 50 เซนติเมตร การให้น้ำของแตงกวานั้นจะต้องใช้ระบบการให้น้ำแบบ furrow system  เนื่องจากจะได้ผลที่ดี เพราะผิวดินชุ่มชื่นแน่นอนและเถาแดงไม่เปียกน้ำส่วนเรื่องของการพรวนดินควรทำในระยะแรกๆเลย โดยเริ่มจากกำจัดวัชพืช  เพราะในระยะต่อมาอาจทำได้ลำบาก เนื่องจากรากแดงจะอยู่ที่ผิวดินมาก ส่วนเรื่องการเก็บเกี่ยวแตงกวานั้นมักจะเริ่มเก็บเกี่ยวหลังจากหยอดเมล็ดได้ประมาณ 40 วันแล้วและจะเก็บไปอย่างเรื่อยๆได้อีก1 เดือน การเก็บต้องคำนึงถึงขนาดของผลและจุดประสงค์ของการใช้ด้วย